ผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อมหลายคนที่ต้องเผชิญกับอาการปวดคอบ่าไหล่ เส้นคอตึง ขยับคอลำบาก จนรบกวนการใช้ชีวิต ก็มักจะมีข้อสงสัยว่าสามารถไปนวดเพื่อบรรเทาอาการได้ไหม เพื่อช่วยไขข้อข้องใจดังกล่าวนี้ ทางเอินเวย์ก็ได้นำคำตอบมาให้ชมกันในบทความนี้แล้วค่ะ
โรคกระดูกคอเสื่อมคืออะไร มีอาการอย่างไรบ้าง
โรคกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) คือสภาวะที่กระดูกคอเกิดชำรุดบกพร่อง โดยจะมีปัจจัยหลักมาจากความเสื่อมตามอายุ แต่ก็อาจมีปัจจัยเร่งอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น พฤติกรรมก้มหน้าเล่นมือถือบ่อยๆ การบาดเจ็บที่คอจากอุบัติเหตุ เป็นต้น
ตัวอย่างอาการผิดปกติที่เกิดจากโรคกระดูกคอเสื่อมก็ได้แก่ ปวดต้นคอ บ่า ไหล่ ท้ายทอย เส้นคอตึง ขยับคอลำบาก เวียนหัว ปวดหัว ปวดร้าวลงแขน ไหล่ชา แขนชา มือชา แขนอ่อนแรง ฯลฯ
กระดูกคอเสื่อมนวดได้ไหม
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อมที่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก และไม่ได้มีข้อห้ามอื่นๆ สำหรับการนวด ก็จะสามารถเข้ารับการนวดเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ก็ควรเป็นการนวดที่อยู่ภายในขอบเขตที่เหมาะสม และควรอยู่ภายใต้คำปรึกษาของแพทย์ผู้ดูแล
ประโยชน์ของการนวดที่มีต่อโรคกระดูกคอเสื่อม
การนวดหากทำอย่างเหมาะสมก็จะช่วยคลายความหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณคอบ่าไหล่ ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกโล่งสบายและสามารถเคลื่อนไหวคอได้เป็นปกติมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ทำไม่เหมาะสม เช่น ฝืนเกินไป รุนแรงเกินไป หรือเป็นกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ทำให้กระดูกคอแตกหักง่าย การนวดก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ข้อแนะนำการนวดสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อม
เพื่อความปลอดภัย ทางที่ดีผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อมก็ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้
- ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลโรคกระดูกคอเสื่อมก่อนที่จะเข้ารับการนวด
- เลี่ยงการนวดรวมถึงการทำหัตถการอื่นๆ (เช่น การจัดกระดูก) ที่มีความรุนแรง
- เลี่ยงการนวดรวมถึงการทำหัตถการอื่นๆ กับผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกระดูกคอ หากมีอาการรุนแรงหรือมีโรคที่อาจทำให้กระดูกคอเปราะบาง เช่น โรคกระดูกพรุน โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด เป็นต้น
แนวทางบำบัดรักษาอื่นๆ
การนวดแม้อาจมีผลช่วยบรรเทาอาการในผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อม แต่ก็ไม่ใช่แนวทางเดียวที่สามารถทำได้ ตัวอย่างแนวทางบำบัดรักษาอื่นๆ ที่แพทย์อาจเลือกใช้ก็อย่างเช่น
- การใช้ยา เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ฯลฯ
- กายภาพบำบัด โดยจะเน้นไปที่การยืดเหยียดและการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณคอ
- การประคบเย็นหรือร้อน เพื่อลดการอักเสบและช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ
- การใช้ปลอกคอ เพื่อช่วยพยุงและลดการเคลื่อนไหวของคอ ซึ่งจะมีผลช่วยลดอาการปวดและลดโอกาสบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่ส่วนใหญ่จะใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากการใช้เป็นระยะเวลานานอาจทำให้กล้ามเนื้อคออ่อนแอลง
- การฉีดยา เช่น ยาสเตียรอยด์และยาแก้ปวด เพื่อช่วยบรรเทาอาการอักเสบและอาการปวด
- การผ่าตัด ในบางรายที่มีการกดทับของเส้นประสาทหรือไขสันหลังจนมีอาการรุนแรง การผ่าตัดก็อาจเป็นทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกว่าวิธีอื่นๆ
โรคกระดูกคอเสื่อมในทัศนะการแพทย์จีน
ในทัศนะการแพทย์จีน โรคกระดูกคอเสื่อมจะจัดอยู่ในกลุ่มโรคชาและปวดเมื่อยอันเนื่องมาจากเส้นลมปราณติดขัด ทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดคั่งไปกีดขวางจนเกิดอาการปวดต้นคอรวมถึงอาการผิดปกติอื่นๆ บริเวณคอ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการวินิจฉัยและรักษาอันสำคัญของการแพทย์จีนที่ว่า “ปวดแสดงว่าไม่โล่ง โล่งแล้วก็จะไม่ปวด” ( 通則不痛,痛則不通 )
สำหรับการดูแลรักษานั้น การแพทย์จีนก็จะนิยมใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนสกัดที่มีหลักการออกฤทธิ์ดังนี้
- ทะลวงเส้นเลือดและเส้นลมปราณบริเวณคอ บ่า ไหล่ ให้โล่งสะอาด
- สลายภาวะเลือดคั่ง ช่วยให้เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกคอ ได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ
- ขจัดพิษลม พิษเย็น และพิษชื้น ที่สะสมอยู่ตามบริเวณคอ บ่า ไหล่ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของอาการปวดเมื่อยต้นคอ บ่า ไหล่ และท้ายทอย
- ผลักดันการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น อาการเวียนหัวปวดหัวจึงทุเลาลง
- เสริมสร้างพลังลมปราณเพื่อลดภาวะเส้นลมปราณติดขัด
ท่านที่สนใจดูแลปัญหากระดูกคอเสื่อมตามทัศนะการแพทย์จีน ก็สามารถรับคำปรึกษาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากเอินเวย์ได้โดยตรงที่เบอร์ 02-751-4399 หรือไอดีไลน์ @enwei
จบแล้วกับประเด็นคำถามที่ว่า กระดูกคอเสื่อมนวดได้ไหม อันตรายหรือไม่ พร้อมด้วยข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางเอินเวย์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านนะคะ
เอินเวย์ ศูนย์รวมยาสมุนไพรจีนระดับพรีเมี่ยมจากประเทศจีน ซึ่งอยู่เคียงข้างสังคมไทยมานานกว่า 30 ปี ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกธรรมชาติในการดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์จีน เพื่อให้ทุกท่านได้มีสุขภาพที่ดี